การเมือง UNHCR ยกย่องพัฒนาการของไทยในการให้สัญชาติเด็กนักเรียนไร้สถานะ

Primary tabs

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ  UNHCR  ประจำประเทศไทย  กล่าวยกย่องพัฒนาการของไทยในด้านการให้สัญชาติแก่นักเรียนไร้สัญชาติที่อยู่ในประเทศ โดยระบุว่าประเทศไทยมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาบุคคลไร้สัญชาติ ซึ่งจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา  มีบุคคลไร้สัญชาติในไทย 18,733 คน ได้รับสถานะบุคคล โดยเฉพาะนักเรียนไร้สัญชาติทั่วประเทศ ทำให้เด็กเหล่านี้มีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เข้าถึงโอกาสเช่นเดียวกับเด็กไทยทั่วไป ช่วยให้ได้แสดงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเองได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งช่วยให้ชุมชนที่อาศัยอยู่และสังคมไทยโดยรวมหลุดพ้นจากวงจรความยากจนและการพัฒนาที่เป็นไปอย่างล่าช้า

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า ผู้แทน UNHCR ยังระบุว่า UNHCR ได้ร่วมมือกับไทยเพื่อหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กนักเรียนไร้สัญชาติ เช่น ตั้งจุดบริการบุคคลไร้สัญชาติตามโรงเรียนต่าง ๆ ใน  อ.แม่ฟ้าหลวง และ อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยเด็ก ๆ และพ่อ แม่จะได้รับความรู้เรื่องสัญชาติ และสามารถยื่นหลักฐานการเกิด ภูมิลำเนา และเอกสารอื่น ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่ ซึ่งโครงการดังกล่าวก่อให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ผู้นำระดับอำเภอ ผู้บริหารโรงเรียน ผู้นำชุมชน และคนในท้องถิ่น

พล.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม มีมาตรการสำคัญหลายประการ เช่น โครงการกำหนดสถานะให้แก่บุคคลไร้สัญชาติ โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษา ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลตั้งแต่มกราคม 2558 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศที่ยังไม่มีสัญชาติหรือสถานะบุคคล 69,670 ราย ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว 45,250 ราย และในจำนวนนี้ได้อนุมัติเพิ่มชื่อเป็นบุคคลสัญชาติไทยแล้ว 5,563 ราย

“ท่านนายกฯ ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่มีสิทธิ์ในสัญชาติไทยให้ได้รับการรับรองสิทธิ์ความเป็นคนไทยอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จึงได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยเร่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีกลุ่มเป้าหมายไม่ถึง 1,000 ราย ควรเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน  ส่วนจังหวัดที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก เช่น ตราด ราชบุรี แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี เชียงราย และเชียงใหม่ ขอให้ผู้ว่าฯ กำกับดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับเอาใจใส่และปฏิบัติงานอย่างจริงจัง” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพัฒนาการของการให้สัญชาติแก่บุคคลไร้สัญชาติของไทย สอดคล้องกับรายงานความคืบหน้าความสุขโลกประจำปี 2016 ของเครือข่ายการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ที่มีหัวข้อการสนับสนุนทางสังคม โดยไทยมีอันดับดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1 อันดับ เป็นอันดับที่ 33 ของโลก และอันดับที่ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์.-สำนักข่าวไทย

แหล่งที่มา http://www.tnamcot.com/content/426541