ความรู้ที่ไม่มีพรมแดนกั้น บนความเคลื่อนไหวของกระบวนการทำงาน

Primary tabs

ความรู้ที่ไม่มีพรมแดนกั้น บนความเคลื่อนไหวของกระบวนการทำงาน

“ห้องเรียนเคลื่อนที่ สิทธิและสถานะบุคคล” จาก SCPP เฟสแรก สู่ SCPP เฟสที่ 2

 
ภาพวิถีชีวิตที่ชัดเจน รอยต่อของชุมชนหนึ่งไปอีกชุมชนหนึ่ง เมื่อพวกเราได้ลงไปสัมผัสในพื้นที่ ชุมชนและโรงเรียนตามหุบเขา ตำบลเสาหิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชายแดนไทย-พม่า ชุมชนที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาลึกออกไป ดูเงียบและเวิ้งว้าง เส้นทางผ่านยังคงเป็นลำห้วยมากกว่าถนนมีหินขนาดเล็กขนาดใหญ่โผล่พ้นผืนน้ำและ
  
 
ตามข้างลำห้วย การเดินทางของผู้คนค่อนข้างลำบาก ในช่วงฤดูฝนน้ำไหลหลาก ลำห้วยจะข้ามผ่านไม่ได้ เด็ก ๆ ที่ต้องเดินทางไปโรงเรียนต้องพักในหอพักของโรงเรียน สภาพพื้นที่ของชุมชน โรงเรียน เป้าหมายของโครงการคุ้มครองสิทธิเด็กไร้รัไร้สัญชาติ ในแต่ละจังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน และตากมีความแตกต่างกัน จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ชุมชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญกว่าพื้นที่อื่น ๆ การเดินทางต้องใช้ระยะเวลานาน บางพื้นที่ไม่มีถนนต้องใช้เรือเท่านั้น ชาวบ้านที่ชุมชนอยู่ห่างไกลไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ ด้วยข้อจำกัดที่มีมากมายโครงการฯ จึงต้องทำงานในเชิงรุก เพื่อเข้าไปให้ความรู้สร้างความเข้าใจ กิจกรรมห้องเรียนเคลื่อนที่ “สิทธิและสถานะบุคคล” เป็นกิจกรรมหนึ่งที่โครงการฯ เข้าไปในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล เพื่อเสริมทักษะ การเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิของบุคคลที่ยังไร้รัฐ ไร้สัญชาติจะทำอย่างไรให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย และการเข้าใจ กระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ และสามารถพิสูจน์สถานะของตนเองอย่างถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมาย  
 
   
หลายเสียงของความคาดหวังและข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมแต่ละพื้นที่เหมือน ๆ กัน คือ“อยากได้ความรู้เรื่องสิทธิ และการเรียนรู้ขั้นตอน กระบวนการยื่นคำร้อง การพิสูจน์สถานะตัวเอง ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ” และ “การได้สัญชาติไทย”
 
 
               ห้องเรียนเคลื่อนที่ที่องค์กรเครือข่ายของ SCPP ได้ลงไปดำเนินกิจกรรม จึงเป็นการเปิดเวทีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ของคนไร้สัญชาติในแต่ละพื้นที่ที่ได้มีโอกาสมาพบเจอกัน ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองได้อย่างมั่นใจ เมื่อการพบคนที่มีหัวใจเดียวกัน มีอุปสรรคปัญหาที่เหมือนกัน ความรู้สึกมักจะตรงกัน โดยเฉพาะผู้คนในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า อ.สบเมย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน, ชายแดนไทย- พม่า อ.ท่าสองยาง จ.ตาก, ชายแดนไทย- พม่า อ.เวียงแหง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่, ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่จัน จ.เชียงราย และชายแดนไทย-ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา แม้แต่การจัดห้องเรียนนอกพื้นที่เป้าหมาย ข้ามฝั่งไปยังภาคอีสาน ที่ จ.อุบลราชธานี พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ที่พี่น้องทางนี้มีปัญหาเรื่องสัญชาติด้วยเช่นกัน นอกจากการให้ความรู้กับคนในชุมชน โรงเรียน วัด แต่ละที่ คนทำงานยังย้ำให้ผู้เข้าร่วมห้องเรียน รู้จักสิทธิ หน้าที่ของตนเอง อย่ารอความหวังเพียงอย่างเดียว กระตือรือร้น เรียกร้องสิทธิของตนเองที่พึงได้ การพัฒนาสิทธิและสถานะ ต้องอาศัยกฎหมายมาเกี่ยวข้องและต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตามกระบวนการ ขั้นตอนช่องทางของแต่ละคน อย่าได้กระทำใดใดที่ผิดกฎหมาย ซึ่งองค์กรในเครือข่าย SCPP ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ “เราจะไม่ช่วยเหลือคนที่กระทำในสิ่งที่ผิดและไม่เหมาะสมในการยื่นคำร้อง การพิสูจน์สถานะของตัวเอง” 
 
  
 
ผู้อำนวยการโรงเรียนโพซอ ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน หนึ่งในโรงเรียนที่เครือข่ายของ SCPP คือศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน เข้าไปทำห้องเรียนเคลื่อนที่กล่าวว่า“ไม่สามารถที่จะปฏิเสธไม่รับเด็กเข้าเรียนได้เพราะเด็กที่มุ่งมั่นมาที่นี่ต่างก็มีความฝัน ความหวังของตนเอง และความหวังของพ่อแม่ เราจึงรับทุกคนเพื่อให้พวกเขาได้มีการศึกษา” การที่มีครูที่ตั้งใจและมุ่งมั่นกับการทำงานเป็นครูมืออาชีพไม่ใช่อาชีพครู ทำให้เด็ก ๆ หลายคนที่ด้อยโอกาสและอยู่ห่างไกลได้รับการพัฒนา มีการศึกษาเหมือนดังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ตรัสไว้ในดำเนินงานประชุมวิชาการ "ทางสู่โอกาสที่ดีกว่า" เนื่องในโอกาสสามทศวรรษการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ พร้อมทรงบรรยายพิเศษเรื่อง "สามสิบปีการพัฒนาเด็กและเยาวชน : ร่วมกันสร้างโอกาสที่ดีกว่า" ที่หอประชจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมเด็จพระเทพฯ ทรงเป็นห่วงเด็กชาวเขาและเด็กไร้สัญชาติ
"การทำงานในพื้นที่ทุรกันดาร มีแนวทางที่พัฒนาในด้านการศึกษาซึ่งมีครูเป็นหัวใจสำคัญ ครูต้องเข้าใจวัฒนธรรม ชุมชน ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐต่างๆ ทั้งเกษตร ประมง สหกรณ์ บัญชี กรมพัฒนาที่ดิน สาธารณสุข อบต. อบจ. และหน่วยงานเอกชน ช่วยถ่ายทอดความรู้และเทคนิค ความต้องการของประชาชน โดยครูต้องถ่ายทอดต่อเด็กและชุมชน" 
(ข่าว: วันที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7432 ข่าวสดรายวัน )
 
 
การจัดห้องเรียนเคลื่อนที่ของSCPP เพื่อให้ความรู้จะมีอย่างต่อเนื่องต่อไป ชุมชน โรงเรียน วัด ที่อยู่ห่างไกลอีกเป็นจำนวนมากทั้งในพื้นที่เป้าหมายของการทำงานและพื้นที่ อื่น ๆ เด็ก ๆ พระสงฆ์ สามเณรน้อย คนที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ ยังคงต้องการความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับงานสถานะบุคคลและสัญชาติ 
เครือข่ายของ SCPP ทุกองค์กร ต้องทำงานกันอย่างหนัก อุปสรรคปัญหามากมายที่ขวางกั้นคอยเป็นเงาเคียงข้างนั่นคือความท้าทาย หากพวกเราก้าวเดินไปพร้อมกันด้วยความมุ่งหวังเพื่อขจัดความไร้รัฐไร้สัญชาติอย่างถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่มีพรมแดนและเส้นแบ่งกั้น บนความเคลื่อนไหวของกระบวนการทำงาน“ห้องเรียนเคลื่อนที่ สิทธิและสถานะบุคคล” งานในเฟสที่ 2 ของโครงการคุ้มครองสิทธิเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ SCPP II จะต้องเคลื่อนไหวต่อไป เป็นการสานต่อเจตนารมณ์เดิมของโครงการฯ ขอเป็นกำลังใจให้ในการทำงานที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคหลายอย่าง และมีความเชื่อมั่นเสมอว่า “ไม่มีที่ใดที่ผู้คนทุกข์ยาก เด็ก ๆ ได้รับความลำบาก จะขาดการเหลียวแลและเหือดแห้งแล้งน้ำใจ เพราะที่นั่นอย่างน้อยจะมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีใจและอยากช่วยเหลือยืนอยู่บนจุดนั้นเสมอ”
 
บทความโดย : พัชยานี  ศรีนวล