จัดกิจกรรมวันเด็กบนดอยแม่สลอง หลายฝ่ายร่วมหาทางออกเด็กไร้สัญชาติ

Primary tabs

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2560 ที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและสตรี มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.) ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย มูลนิธิพชภ.ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมวันเด็ก “เด็กใกล้ฟ้า” โดยมีเด็กชาติพันธุ์ต่างๆ พร้อมด้วยผู้ปกครอง อาทิ ม้ง อาข่า ลีซอ เมี่ยน ลาหู่ ฯลฯ เข้าร่วมกว่า 200 คน สำหรับกิจกรรมทั่วไปมีลานกิจกรรมที่สร้างความบันเทิงและส่งเสริมกิจกรรมเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ กิจกรรมงานศิลปะโดยศิลปินในโครงการศิลปะชุมชน กิจกรรมที่ปรึกษาด้านกฎหมายสำหรับผู้ที่มีปัญหาสถานะบุคคลฝ่ายกฎหมายของ พชภ.และภาคี ลานตรวจสุขภาพฟันโดยโรงพยาบาลแม่จัน ลานส่งเสริมอาหารท้องถิ่น ลานส่งเสริมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ลดโรค ฯลฯ ลานดนตรีโดยกลุ่มหลืบผา พร้อมทั้งมีซุ้มแจกของเล่นและอาหารอีกมากมาย

นอกจากกิจกรรมข้างต้นแล้ว ยังมีเวทีเสวนาสถานการณ์ปัญหาสถานะบุคคล โดยมีนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และรองศาสตราจารย์ ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัวแทนเยาวชนผู้มีปัญหาสถานะบุคคลเข้าร่วมสะท้อนปัญหาและเสนอแนะการหาทางออกต่อเรื่องดังกล่าวด้วย

นางเตือนใจกล่าวว่า ปัญหาสถานะบุคคลบนดอยแม่สลองนั้นมีปัญหาตั้งแต่เด็กแรกเกิดกระทั่งผู้สูงอายุ ที่ พชภ.เรียกว่า ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ โดยในส่วนมากการแก้ปัญหาสถานะบุคคลมักติดขัดที่กระบวนการสำรวจและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่บางครั้งเงื่อนไขก็มีความซับซ้อนเกินไป อย่างกรณีผู้เฒ่านั้น บางรายอายุมากกว่า 90 ปีก็ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย เพียงเพราะเงื่อนไขการขอสัญชาติไทยนั้นต้องมีการตอบคำถามหลายข้อ ซึ่งบางครั้งผู้เฒ่าตอบคำถามได้ไม่ดี และใช้ภาษาไทยไม่คล่อง ทำให้ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย

นางเตือนใจกล่าวว่า หากมีการอนุโลมจะสามารถช่วยได้ แต่ในกรณีเยาวชนและเด็กนั้น เมื่อปี 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) อีกทั้งให้คำมั่นแล้วว่าจะร่วมกันแก้ปัญหา โดยวางเป้าหมายว่าในอนาคตประเทศไทยก็จะไม่มีคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และทาง UNHCR เองก็เคยได้ทำกิจกรรมรณรงค์ที่กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซียมาแล้ว ซึ่งประเทศไทยมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนธันวาคม 2559 ออกมาอีกครั้ง

ดังนั้น ในอนาคตก็คือ ประเทศไทยจะต้องเร่งสำรวจตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะบุคคล ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้หมด จากนั้นก็มาดำเนินเรื่องเพื่อขอสัญชาติต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนทราบว่า กรณีปัญหาสถานะบุคคลเป็นปัญหาสากลที่ทั่วโลกต้องร่วมกันแก้ ซึ่ง UNHCR ก็ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง

“เมื่อมีมติ ครม.ออกมาแล้ว กสม.จะทำตามหน้าที่ต่อไปคือ ตรวจสอบว่ามีหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายบ้าง เราจะทำหน้าที่เร่งรัดหน่วยงานนั้นให้ปฏิบัติตามมติ ครม. เพราะว่าเยาวชนและเด็กเป็นกำลังสำคัญของชาติ และวันนี้วันเด็กเราเองอยากให้เด็กๆ ได้รู้สิทธิหน้าที่ของพวกเขาที่จะได้รับก่อนเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต จึงอยากให้กำลังใจลูกหลานพร้อมผู้ปกครองให้เข้าใจสิทธิของตนเองแล้วไปยื่นเรื่องกับอำเภอเพื่อขอขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จ เพื่ออย่างน้อยจะได้มีตัวตนและมีเอกสารประจำตัวเพื่อยื่นขอสัญชาติไทยต่อไปตามกฎหมาย” นางเตือนใจกล่าว

นายอริยะ เพ็ชรสาคร นักกฎหมายจาก พชภ. กล่าวว่า จากการสำรวจสถานะบุคคลของเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 20 ปี ครั้งล่าสุดของตำบลแม่สลองนอก พบผู้มีปัญหาสถานะบุคคลแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ ไม่มีเอกสารเกิดในประเทศไทยจำนวน 5 ราย ไม่มีเอกสารเกิดนอกประเทศไทย จำนวน 17 ราย มีเอกสารทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ 89/1) จำนวน 5 ราย เด็กเกิดใหม่มีบัตรบุคคลไม่มีสัญชาติไทยจำนวน 9 ราย ซึ่งวันนี้ก็มีผู้เข้ามาปรึกษาเรื่องสถานะบุคคลเพิ่มเติม โดยทาง พชภ.จะร่วมมือกับส่วนท้องถิ่นแล้วเร่งรัดสำรวจต่อไป แต่กรณีผู้มีเอกสารครบทาง พชภ.จะพาไปดำเนินการขอสัญชาติไทย เพราะส่วนมากคือมีเอกสารแจ้งเกิดในไทยแล้ว แม้พ่อแม่จะเป็นบุคคลไร้สัญชาติ เด็กและเยาวชนก็จะได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดน (เพราะเกิดในประเทศไทย) ตามมาตรา 7 ทวิ วรรค 1 พระราชบัญญัติสัญชาติ

ด้านเด็กหญิงนราธร หวุ่ยยือ ชาติพันธุ์อาข่า อายุ 12 ปี กล่าวว่า ตนเกิดในโรงพยาบาลแม่จัน จังหวัดเชียงรายแต่ยังไม่ได้บัตรประชาชนไทย ยังไม่ได้สัญชาติไทย จึงอยากขอร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือ เพราะอยากจะเติบโตไปมีอาชีพที่ดีในอนาคต

นางสาวจรรยา ไชยบุญลือ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพนาสวรรค์เปิดเผยว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน (เลขประจำตัว 13 หลัก) ประมาณ 23 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 140 คน ทางโรงเรียนได้สำรวจพบว่า มีเพียง 8 คนที่ทางหมู่บ้านได้จัดทำข้อมูลขอเอกสารสำคัญเพื่อยื่นเรื่องขอมีบัตรประจำตัวบุคคลไร้สถานะ แต่ว่าทางอำเภอได้ตีกลับเอกสาร เหตุเพราะมีการแจ้งชื่อซ้ำ จึงไม่สามารถดำเนินการขอมีบัตรประจำตัวได้ อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนได้รับคำสั่งจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาสถานะบุคคลของเด็กนักเรียนที่ไร้สัญชาติ ไร้สถานะทางทะเบียน โดยกลุ่มเป้าหมายแรกคือนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์, นักเรียนในโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทางโรงเรียนอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งคาดว่าทางฝ่ายกฎหมายของ พชภ.จะช่วยให้ความร่วมมือในการติดตามสำรวจข้อมูลและแก้ปัญหา

“เราเป็นครู เราอยากให้นักเรียนได้รับสัญชาติไทยและมีบัตรแสดงสถานะ เพราะอยากเห็นเขาได้เรียนต่อระดับชั้นสูงขึ้นและมีอนาคต มีอาชีพที่ดี อีกทั้งได้รับการบริการจากภาครัฐด้วย แต่ว่ายังติดขัดปัญหาหลายอย่าง เราต้องมาดูทีละส่วน” นางสาวจรรยากล่าว

นายอริยะ นักกฎหมายมูลนิธิ พชภ. กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ เด็กๆ ที่อยู่ในเกณฑ์การขอมีเลขประจำตัว 13 หลักที่ได้รับการสำรวจแล้วโดยผู้ใหญ่บ้าน และมีหลักฐานใบรับรองการเกิดแล้วว่าเกิดในประเทศไทย กลุ่มนี้ยังมีอยู่หลายราย ทาง พชภ.อยากเร่งดำเนินการขอออกบัตรประจำตัวบุคคลไร้สถานะทางทะเบียนเพื่อให้ได้รับเลข 13 หลักก่อน จากนั้นค่อยยื่นเรื่องขอสัญชาติไทยต่อไป ซึ่งเด็กๆ ในตำบลแม่สลองนอกส่วนมากก็เข้าข่ายอาศัยอยู่ในประเทศไทยที่มีพ่อแม่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี สามารถยื่นเรื่องขอสัญชาติไทยได้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 7 ธันวาคม 2559 ที่เพิ่งออกมาใหม่ โดยทาง พชภ.จะเร่งสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

เด็กหญิงหมี่ผ่า โยวเผาะ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เปิดเผยว่า ตนมีความฝันอยากไปเรียนต่อด้านศิลปกรรมและดนตรี เพราะอยากโตขึ้นเป็นนักร้องมืออาชีพ หรือมีความสามารถด้านวาดภาพและเล่นดนตรี แต่ปัจจุบันยังไม่มีบัตรประชาชน ไม่รู้ว่าสิ่งที่ฝันจะเป็นจริงไหม เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเดินทางไปไหนไกลจากอำเภอแม่สลองเลย เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวใดๆ ทั้งสิ้น

“หนูอยากมีบัตรคนไทยนะ พ่อแม่หนูเขาถือบัตรคนต่างด้าวไป-กลับพม่าบ่อยๆ แต่ไม่เคยพาหนูกลับ เพราะว่าหนูไม่มีเอกสาร หนูก็อยากจะมีสิทธิเดินทางไปไหนมาไหนบ้าง” เด็กหญิงหมี่ผ่ากล่าว.

ที่มาสำนักข่าวชายขอบ
ภาพโดยปิยศักดิ์ อู่ทรัพย์

แหล่งที่มา : http://www.thaipost.net/?q=%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B4...