นักเรียนไร้สัญชาติ แต่ไม่ไร้ความสามารถ

 
 
 
         ไทยอนุญาตให้นักเรียนไร้สัญชาติเข้าเรียนในโรงเรียนไทยมามากกว่า 10 ปีแล้ว สิทธิด้านการศึกษาของคนไร้สัญชาติพัฒนาขึ้นอย่างไร และมาตรการเหล่านี้ดีพอแล้วหรือยัง ในการพัฒนาให้ไทยมีพลเมืองที่มีคุณภาพ

ปรานิล ทุนล่าง เกิดบนผืนแผ่นดินไทย และได้รับสิทธิ์เรียนฟรีที่โรงเรียนวัดช่างเคี่ยน จังหวัดเชียงใหม่ ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่อนุญาตให้เด็กไร้สัญชาติเข้าเรียนใน โรงเรียนไทยได้ตั้งแต่ปี 2547

ทุกเช้าเขาจะตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนในเวลา 6 โมงครึ่ง และเนื่องจากเป็นประธานสี เขาจึงมีหน้าที่ดูแลเวรทำความสะอาดโรงเรียน รวมถึงเป็นตัวแทนเชิญธงชาติอีกด้วย แต่ปรานิลยังไม่มีสัญชาติไทย เขาเคยทำเรื่องไปแล้วครั้งหนึ่งแต่เอกสารไม่ครบถ้วนจึงต้องรออีก 3 ปีถึงจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนขอสัญชาติใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับเด็กไร้สัญชาติที่อยู่ในระดับชั้นเรียนที่จะ ได้เรียนฟรีเป็นปีสุดท้ายอย่างปรานิล เพราะนอกจากจะไม่สามารถขอทุนรัฐบาลได้แล้ว คนไร้สัญชาติยังไม่สามารถทำงานบางสายงานได้
ปรานิลเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกเขาอยากเป็นไกด์ เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษได้ แต่มารู้ทีหลังว่า หากไร้สัญชาติ จะไม่สามารถสอบเป็นไกด์ได้ เขาจึงหันเหมาศึกษาศึกษาเกี่ยวกับไฟฟ้าแทน และตั้งเป้าไว้ว่า เปิดร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่หากเป็นไปได้ เขาก็อยากจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่อไป

ปรา นิลและนักเรียนไร้สัญชาติคนอื่นๆ ได้เข้าชมรมเครื่องบิน ฝึกฝนความรู้ความสามารถจนไปแข่งขันเครื่องบินยางและโดรนระดับประเทศได้ถ้วย พระราชทานมาแทบทุกครั้ง ซึ่งความสามารถระดับนี้ เขาน่าจะมีโอกาสได้เรียนสูงๆ มาเป็นวิศวกรที่มีฝีมือของไทยได้ แต่อนาคตของพวกเขาตอนนี้กลับยังไม่แน่นอน

นายนภดล สุขดี ครูที่ปรึกษาชมรมเครื่องบิน โรงเรียนวัดช่างเคี่ยนอธิบายว่า เหตุผลที่เด็กในมรมเป็นเด็กไร้สัญชาติทั้งหมดก็เพราะพวกเขามีความทุ่มเทในการฝึกซ้อม และผู้ปกครองก็สนับสนุนให้ทำกิจกรรมของโรงเรียน ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีความรู้ความสามารถมาก แต่ก็กังวลเกี่ยวกับอนาคตของนักเรียนเหล่านี้ว่า อาจทำงานในสายงานที่พวกเขาถนัดไม่ได้ แต่สิ่งที่โรงเรียนช่วยเหลือได้มากที่สุดก็คือการสนับสนุนพวกเขาให้ไปเรียนต่อในที่ดีๆต่อไป ในอัตราค่าเล่าเรียนที่พวกเขาจ่ายได้ ด้วยการต่อรองว่า หากสถาบันอื่นต้องการเด็กกลุ่มนี้ที่มีความสามารถไปเรียนต่อ ก็ควรให้สิทธิลดค่าเล่าเรียนลง เพราะครอบครัวของคนไร้สัญชาติมักมีรายได้ไม่มาก เพราะสายงานที่ทำได้ มักเป็นงานที่มีรายได้น้อย

โรงเรียน วัดช่างเคี่ยนมีเด็กไร้สัญชาติเรียนอยู่ถึงร้อยละ 33 ในขณะที่เด็กรหัสจีทั่วประเทศมีมากกว่า 1 แสนคน ซึ่งโรงเรียนจะรวบรวมจำนวนเด็กเหล่านี้ส่งให้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเก็บข้อมูลและจัดสรรงบประมาณ การรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียนจึงไม่ได้เป็นภาระของโรงเรียน

นายศิลา คำฟู ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดช่างเคี่ยนมองว่า การศึกษาเป็นสิทธิที่ทุกคนควรได้รับเป็นสิทธิชั้นพื้นฐานของมนุษย์ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างภาคภูมิใจ ซึ่งโรงเรียนไทยก็ยินดีที่จะรับนักเรียนไร้สัญชาติเข้าสู่ระบบการศึกษาไทย และหวังว่าพวกเขาจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าและทำประโยชน์ให้ชาติไทยได้มาก
การให้การศึกษาแก่คนไร้สัญชาติจะไม่ถือเป็นภาระของรัฐ และการลงทุนในการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติไม่ใช่การลงทุนที่เปล่าประโยชน์ เพราะพวกเขามีศักยภาพในการช่วยเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไปได้ แต่ไทยจะต้องมีมาตรการที่ให้โอกาสแก่พวกเขาอย่างเป็นระบบมากกว่านี้ และให้โอกาสในการศึกษาต่อและทำงานต่อไป
 
 
แหล่งที่มา : http://news.voicetv.co.th/thailand/504601.html
2017-07-20